Diary

[Diary]จบแล้วไปไหน(?)

posted on 11 Jun 2013 15:13 by punnoji in Diary
 
 
 
 
 
สี่ปีผ่านไปในรั้วมหาวิทยาลัย ในที่สุด วันนี้เราก็สามารถประกาศออกสู่สาธารณะชนได้แล้วค่ะ
 
 
ว่าเราเรียนจบแล้ว!! 
 
 
 
 
 
ถึงเวลาประกาศเกียรติกู่ก้องสู่อิสรภาพชีวิตนักเรียนที่โหยหามานาน มันช่างน่ายินดีอะไรแบบนี้จนน้ำตาจะไหลเป็นแม่น้ำไทกริสยูเฟรติสแล้วนะ!!
 
แต่ว่า...
 
ชีวิตนักศึกษาจบใหม่มันน่ายินดีอะไรปานนั้นเลยล่ะหรือ?
 
 
 
 
พูดเลย  ไม่ซักนิดเดียว 
 
อันว่าซัมติงที่เราเรียกมันว่างานน่ะนะ มันหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรซะอีกแน่ะ
 
 
 
 
 
นี่มัน......
 
 
 
 
 
 
 
ตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย เราเรียนแทบจะภาคปฏิบัติมาตลอดเลย
สาขาที่เรียนคือ ภาพยนตร์และวิดีโอค่ะ  เพราะฉะนั้นชีวิตเด็กเรียนทำหนังมันไม่เคยได้สัมผัสกับ
คำว่า "เวลาว่าง"  "พัก" หรืออะไรทำนองนี้บ่อยเท่าไหร่
 
 
พอมันว่างมากๆเข้าก็เป็นแบบนี้
 
 
 
 
 
คือแบบ...เทียบกับตอนเรียน
 
 
ชีวิตมันกลับตาลปัตรไปหมดเลยนี่หว่า!!!! 
สภาพแบบนี้........
 
 
 
 
สภาพนักศึกษาภาพยนตร์จบใหม่ผู้ทะนงตนวันที่เรียนจบว่าเก่งเสียเต็มประดามันหายหัวไปไหนเนี่ย!!
 
 
 
คือ สำหรับเรามันเป็นเรื่องน่าลำบากใจนะ เพราะสภาพตัวเองก็คล้ายๆเป็ดเข้าไปทุกวัน
 
 
มีปีก แต่บินไม่ได้
ว่ายน้ำ ก็ไม่เก่งเท่าปลา
 
ปัญหาใหญ่ในหัวใจน้อยๆของว่าที่บัณฑิตหน้าใสคนนี้(และอาจจะอีกหลายคน)คือ
 
 
"ฉันจะไปทำงานอะไรวะ"
 
 
คือ จบมาจากคณะแพทย์ อาจจะไปเป็นหมอได้ จบพยาบาล ก็อาจจะไปเป็นพยาบาลได้
จบวิศวะ ก็อาจจะเป็นวิศวกรได้
 
แต่จบภาพยนตร์ มันเป็นภาพยนตร์ไม่ได้!!!!
(แหงสิแก)
 
มีคำถามมากมายตั้งแต่เข้ามาเรียนว่า จบไปจะทำอะไร?
 
เราว่าพื้นฐานความฝันของเด็กที่เลือกเรียนสาขาเดียวกับเรานะ คือ อย่างน้อยก็ต้องสนใจการทำหนังกันบ้างล่ะ
(ถึงจะติดอันดับสองกันเป็นส่วนใหญ่)  เราอาจจะแอบฝันได้บ้างว่า วันหนึ่งเราจะเป็นโปรดิวเซอร์ที่เก่ง เป็นผู้กำกับมือทอง  เป็นอะไรก็ตามในอุตสาหกรรมหนังไทย
 
 
แต่เราลืมว่าโอกาสคนที่จะไปต่อในสายนี้โดยตรงมันเป็นอะไรที่ยากมานานแล้ว  เราก็เลยเลี่ยงที่จะไปทำอย่างอื่นกันแทน เช่น โฆษณา ละคร หรืออะไร
 
แต่ก็อีกนั่นแหละ งานที่ปกติว่ามันหายากแล้ว  งานในสายนี้มันหายากยิ่งกว่าซะอีก
 
 
เราก็สู้อุตส่าไปกรอกประวัติตามเว็บไว้บ้าง เผื่อจะมีงานทำบ้าง
 
 
 
โชคดีค่ะ มีบริษัทโทรมา!!!
 
 
...............................................................................................................
 
 
 
 
 
เพราะฉะนั้นมาถึงวันนี้
 
ไอ้อีโก้ทั้งหลาย ความทะนงตนในสาขาวิชาที่เรียนมา ว่าฉันจะต้องเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้
ในที่สุดก็เลยตัดสินใจเขวี้ยงทิ้งไปหมดตั้งแต่เดินออกจากมหาวิทยาลัยวันที่ส่งธีสิสจบเสร็จหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว...
 
 
 
 
 
ไม่มีอะไรเป็นอย่างที่คิดเลยซักอย่าง
 
จบแล้วทำอะไรดี??
จบแล้วจะไปไหน??
 
 
จริงๆมันเป็นคำถามกึ่งอินดี้ ที่เหมือนจะมีคำตอบอันชัดเจน แต่จริงๆไม่มีน่ะค่ะ...
ตอนนี้เราก็ยังตั้งคำถามกับมันอยู่   แต่ก็หวังว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนกับตัวเองในเร็วๆนี้
 
อย่างน้อยเราก็ไปทำงานด้านการเงินไม่ได้แน่ๆล่ะ เพราะให้บวกเลขหลักสองหลังยังลำบากชีวิตเลย
 
อนึ่ง ถ้ามีบริษัทประกันโทรมาเสนอตำแหน่งแปลกๆที่ไม่เกี่ยวกับสาขาล่ะก็ พึงนึกไว้ว่า เขาคงจะชวนไปขายประกันแน่แล้วเพื่อนเอย.....
 
ถ้าไม่อยากขายประกัน
 
 
 
ยังไงก็อยู่สภาพนี้ไปก่อนละกันเนาะ...
 
 
 
///ทรุดลงไปกองกับพื้น
 
 
 
แต่อากาศเย็นๆบางวันแบบนี้อยู่บ้านก็ไม่เลวร้ายนักหรอกค่ะ...
เนาะ (ปลอบใจตัวเองขั้นสุด TT)
 
 
เจอกันใหม่เอนทรีหน้าจ้า
 

นศ.หนังไทยผจญภัยโฮจิมินห์ :ตอน 4 ลุยเทศกาลหนัง!

Cr. kwangwara
 
 
นศ.หนังไทยผจญภัยโฮจิมินห์ : ตอนที่ 4
 
 
ต่อเนื่องจาก
 

**ตอนนี้ยาวมากก

 

--------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

วันที่ 2 ในเมืองโฮจิมินห์
สวัสดีจ้ะยามเช้าของเวียดนาม : D


 



หลังจากนอนหลับสบายคลายเครียดกับที่พักสุดหะรูหะราเกินกว่าเราจะหาได้กันปกติในเวียดนาม วันนี้ตามที่อาสาสมัครดูแลเด็กหลงจากไทยทั้ง 9 คนได้กล่าวกับเราไว้ในยามเย็นของวันก่อนว่า

ตอนเย็นของวันนี้จะมีงานประกาศผลรางวัลที่ ห้าง Lotte mart ชั้น 3 บริเวณโรงหนัง ซึ่งเราดีด๊ากันมากจ้ะ เพราะคิดว่าจะได้เดินดูเมืองกันตอนเช้า ชอปปิ้งกันกรุบกริบ ไปงานเขากลับมา แล้วก็เก็บของเตรียมเดินทางไปเมืองอื่นกัน (ดาลัดมุยเน่ในฝันของฉันน กรี๊ดๆๆ)  แต่ปรากฏว่า…

 

ฝันสลายมลายสิ้นทั้งอินทรีย์สถิตทั่วแต่ชั่วดีประดับไว้ในโลกา

 

ตอน 10 โมง วันที่ 15 ธันวาคมที่มีงานนั้น เราจะต้องไปเวิร์คชอปกับทางเทศกาลหนังก่อน  ถึงเที่ยง แล้วเราจะมีเวลาเดินชมเมืองโฮจิมินห์ 3 ชม.ถ้วน

 

 

3 ชม.!!!

 

 

 


แล้วก็ตอนเช้า เราจะไม่ได้ไปไหนเลยทั้งสิ้นในเมือง….

 

 

สำหรับเด็กโน้ยผู้ปรารถนาชมเมืองแบบใจเหี่ยวเสียววาบมากอ้ะ คือเสียดายยย สุดๆ  แต่เราก็บอกอาสาฯเราไว้แล้วนะว่าจบงานเราจะไปมุยเน่ต่อ  ความหวังจะได้เที่ยวเมืองอื่นยังพอมี ก็เอาวะ ไปก็ไปเวิร์คชอป

 

เรานัดจะเจออาสาเราไว้ตอน 9 โมง  ดิฉันและชลธิชา หรืออีแพรเพื่อนร่วมห้องได้อาหารเช้าฟรีจากอานิสงส์เทศกาล Yxineff ค่ะ เลยลงมากินอาหารเช้าของโรงแรมกันด้วยความหน้าชื่นตาบานมาก  กะจะแอบยัดใส่เป๋าไปให้เพื่อนที่เหลือด้วย  แต่เจือกไปนั่งหน้ากล้องวงจรปิด

 

อืม

มันหยิบอะไรได้ซะที่ไหนละโว้ย!

 

เอาเถอะช่างมันไม่เป็นไร   และอาหารเช้าของโรงแรม นั้น…

 

เนื่องจากพักกะชางเกาหลีที่แห่แหนมาเวียดนามกันเยอะเหลือเกินค่ะทุกท่าน  อาหารเช้า เลยเต็มไปด้วยอาหารเกาหลี!!  ซุปกิมจิงี้… แล้วก็อาหารหน้าตาประหลาดๆซึ่งก็มิอาจบรรยายได้ว่ามันคืออะไร แล้วก็เฝอ แล้วก็ขนมปังฝรั่งเศส เวียดนามสไตล์มากๆๆๆๆ

 

ไม่ต้องแปลกใจใดๆ ถ้าไปพักโรงแรมเวียดนามแล้วจะพบว่า อาหารเช้าทุกที่  มีเฝอให้คุณ  มีทุกที่จริงๆ สาบานได้เลย

 

 

หลังจากดิฉันแลชลธิชาแอบเอาหนมปัง+โยเกิร์ตขึ้นไปห้องได้นิสหน่อยแล้ว เราก็ทยอยลงมาข้างล่างเพื่อเตรียมตัวไปเวิร์คชอปกันจ้ะ ( ขอเรียกว่าเวิร์คชอปฝันสลายเบาๆ เพราะมันทำเราอดเที่ยว แต่การไปเวิร์คชอปมันก็ต้องเป็นโอกาสชีวิตอันดีแหละน่า…)

 

พอเรามาเจอคุณอาสาฯของเราตอน 9 โมง เขาก็เอาอาหารเช้าแบบเวียดนามสไตล์มาให้เราอีกจ้ะ (แต่เราแอบไปกินเฝอ รองท้องกันมาก่อนแล้ว ;w;) 

 

 

ร้านขายจะหน้าตาแบบนี้

 

เป็นเจ้าขนมปังฝรั่งเศสที่ละม้ายแซนด์วิช ยัดไส้แฮมและผักเยอะมากๆๆๆๆ ถ้าแหวกไปจะเจอแตงกวายักษ์ยาวเฟื้อยไซส์เท่าขนมปังอยู่ข้างในด้วย   มีขายตามทางเดินในเมืองทั่วไป   เราลองกินไปแล้วพบว่ามันก็อร่อยมิเลว ไปลองชิมกันได้นะ

 

ระหว่างทางไปก็จัดกันบนแท็กซี่เลยค่า 5555


นั่งแท็กซี่เ