[Review]คู่กรรม 2013 เพราะความรัก ไม่มีเหตุผล


เราไปดูคู่กรรมมาเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมาค่ะ
นี่ก็ 4-5 วันได้แล้วสิ่งที่เรารู้สึกแปลกใจกับตัวเองมากๆคือ ปกติเราเป็นคนดูหนังถ้าสนุก ก็สนุก จบแล้วจบกันไม่ค่อยมีอะไรเหลือค้างไว้ในหัวให้คิดต่อมาได้หลายวันขนาดนี้
มันแปลกตรงที่เราเกิดอาการแบบนั้นขึ้นกับคู่กรรม 2013
 

ทั้งสงสัยในความดีหรือแย่ สุขหรือเศร้า ปะปนกันไปหมด 


ความเสี่ยงของความเป็น "คู่กรรม"
 

คู่กรรม สำหรับนักอ่านขึ้นหิ้งวรรณกรรมอมตะไปแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นความเสี่ยงที่ผู้กำกับจะได้รับไปเต็มๆ คือ ความคาดหวังของคนดูเพราะมันชื่อว่า คู่กรรม
เป็นเรื่องยากที่จะลบภาพจำในใจคนที่เคยดู เคยอ่านออกไปจากหัว และหัวใจ
โจทย์นี้ยากมากกกก ตั้งแต่คิดว่า ใครคือ โกโบริ และ อังศุมาลินแล้วเรื่องพระเอกกับนางเอกเราจะไม่ค่อยพูดถึงเพราะวิจารณ์กันไปเยอะและเราเห็นตามนั้น แต่เราจะพูดถึงเรื่องอื่นที่คาใจเราอยู่
 เรพบความก้ำกึ่งที่อธิยายไม่ถูก ลองคิดแล้วก็ออกมาประมาณนี้ค่ะ


ดี หรือ แย่?
 
 

มันไม่ใช่หนังที่ดี 100%  เราว่าหลายคนก็รู้สึกได้ในความ ขาดๆ เกินๆ ของมัน

ทั้งการตัดต่อช่วงแรก ที่คนไม่ดู ไม่เคยอ่านบทประพันธ์เรื่องนี้อาจจะงงได้  บางช่วงเร็วไป ทั้งที่น่าจะทิ้งอารมณ์ได้มากกว่านี้บางช่วงช้า  (เราดูเวอร์ชั่นที่ตัดเสียงในหัวไปแล้ว ) 
ขาดเหตุและผลที่ทำให้คนเข้าใจได้ เช่น ทำไมตาผลกับตาบัว ต้องมาฟันโกโบริเรามานึกดูแล้วหนังแอบเฉลยอยู่ในที ที่แฟลชแบ็คกลับไปยังหน้าของอังศุมาลินที่บอกโกโบริย้ำๆ ซ้ำๆ ว่า "เราจะเอาเรือไปส่ง"
 

เพียงแต่มันไม่ชัดเจน  
 

เพราะทุกอย่างในช่วงแรก ดูเร็ว ฉับพลันจนแทบจับความรู้สึกไม่ทันถ้าว่ากันตามบทประพันธ์  รายละเอียดของคู่กรรมมันหายไป คนรักหนังสือเล่มนี้มากๆ เราคิดว่าต้องขัดใจแน่แต่สำหรับความเป็นหนัง  มันมีสัญญะ และภาวะอารมณ์บางอย่างที่น่าสนใจทีเดียว 

ถามว่ารู้สึกอึดอัดไหม ที่เหตุและผลมันหายไป?
 
 

เราอึดอัด 

ทำไมอะไรที่เราควรจะรู้ จะเห็นถึงไม่เห็น อะไรที่่ควรบอก ถึงไม่บอก อะไรที่ไม่ควรเงียบ ถึงเงียบทำไมอะไรที่ควรช้า ถึงเร็ว อะไรที่เร็วถึงช้า  ทำไม อะไรที่มันไม่ควรตลก มันถึงตลก??
มองเผินๆ แล้วเหตุผลขาดห้วงไปมากเหลือเกิน จนเราต้องใช้จินตานาการเติมมันให้เต็มอยู่ในทุกช่วง

แล้วทำไมเราถึงรู้สึกว่าหนังมันไม่ดี แต่ก็ไม่แย่ล่ะ??


เป็นหนัง art หรือหนังตลาด ?
 

แง่หนังตลาดหนังไม่จับใจคนดูโดยทั่วไปค่ะ ขาดองค์ประกอบหลายอย่างที่จับใจคน ไม่ว่าจะเป็น จุดพีคเรียกน้ำตาความสมูทของหนัง หรืออะไรก็ตาม  แต่ถามว่าเป็นหนังทดลอง หนังศิลปะหรือเปล่า
มันก็ยังเล่าเรื่องอยู่มาก  
 

มากเกินกว่าที่จะปฏิเสธมันแบบหนังศิลปะ หรือหนังทดลอง  จุดสำคัญก็ยังอยู่เช่น โกโบริโดนฟัน  ค้นบ้านหาตัวเชลยที่อังศุมาลินซ่อน ฉากระเบิดที่นำไปสู่การแต่งงานแต่ภาพจำที่เคยมีมา ของคู่กรรม ทั้งลำพู หิ่งห้อย ขิม หรือแม่กระทั่ง วนัส  คนสำคัญของเรื่อง จะถูกลดความสำคัญลงมันเลยกำกึ่งไปหมด  จนเราพูดไม่ถูกเลยว่าจะจำกัดความว่าเป็นอะไร
 

เราถือว่าเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของผู้กำกับที่กล้าจะตัดส่วนนี้ออกไป
 

ผู้กำกับตั้งใจสร้างความกำกวมนี้ขึ้นเพื่อ สร้างอะไรใหม่ๆที่ดีคู่กรรมที่ต่างจากคู่กรรมฉบับอื่นที่ค่อนข้าง"ฟูมฟาย" (ขออนุญาตใช้คำนี้นะคะ)หรือไม่อันนี้ไม่ทราบ
 

แต่ความดราม่า สุดโต่งในทางอารมณ์ แบบละคร เราจะไม่เจอเลยในหนัง 
 
 
 
ฉากรักที่ทุกคนพูดถึง 

ไม่พูดถึงฉากนี้คงไม่ได้  เพราะมัน "น้อย" แต่ "มาก" จริงๆค่ะมันมีความรู้สึกเต็มไปหมดเลย ทั้งที่ไม่ได้แสดงออกอะไรเยอะ เราให้เป็นฉากที่เราชอบที่สุดในหนังเลยในเวอร์ชั่นอื่น จะเต็มไปด้วย ความรักที่อัดอั้น  โหยหา ที่เมื่อถึงเวลามันก็ระเบิดออก (รู้สึกมาก แสดงออกมาก)
 

แต่กับเวอร์ชั่นนี้  แค่โกโบริกอด จับตัว เอาหัวดันๆ (เล่นปูไต่?)  มันทั้งเขิน อึดอัด หน่วง วิงวอน ร้องขอ เรามองภาพว่าเหมือนลูกหมาที่มาอ้อนขอความรักจากคนเลี้ยง ซึ่งถึงจะได้ตัวเขามาในตอนท้าย ความอึดอัดของความรักที่ไม่ชัดเจน ยังลอยฟุ้งอยู่ในบรรยากาศอยู่เลย 

หนังเลือกใช้ บทพูดที่น้อย การแสดงออกที่น้อย ก้ำกึ่ง และกำกวมตลอดทั้งเรื่อง
จนทำให้เราสงสัยในความรักของโกโบริกับอังศุมาลินว่าพวกเขารักกันจริงหรือ??
 
 

แต่ดูเหมือนหนังจะเฉลยให้เราเห็นตอนท้ายของเรื่องค่ะ 
 
 

หลังจากที่ติดๆขัดๆ กำกวมมาทั้งเรื่องหลังจากที่เจอวนัสแล้ว บรรยากาศของเรื่องก็เปลี่ยนไปเลย
อารมณ์ของเรื่องพลิกกลับไปคนละทิศเลยค่ะ เหมือนความไม่ชัดเจนในหนังจะถูกสลัดทิ้งแบบไม่ไยดีอังศุมาลินตัดสินใจไปตามหาโกโบริ
 

แต่ทุกอย่างก็สายไปแล้ว 
 

หนังทำให้อังศุมาลินมาเจอโกโบริในสภาพสิ้นหวังสุดขีด  และทิ้งฉากนี้เป็นเวลานาน 
อาจจะมองว่ายาวไปหรือไม่??
 
 
ถ้าค่อยๆสัมผัสจะรู้สึกว่าเวลาของพวกเขามันน้อยมากเหลือเกินค่ะ
 
 

การที่โกโบริไม่สามารถจะตาย ในอ้อมกอดของอังศุมาลินได้เหมือนทุกครั้ง อาจจะเป็นการสื่อว่าต่อให้รักมากแค่ไหน แต่เวลาของคุณหมดแล้ว แม่แต่โอกาสจะกอดกันครั้งสุดท้ายก็ไม่มี   ให้สารภาพรักกันสักร้อยครั้ง ก็ไม่มีทางได้อยู่ด้วยกันอีกแล้ว
 
 

ทั้งเศร้าทั้งหดหู่ใจ จนเราเสียน้ำตาได้เลย


สุดท้าย  
 
เหมือนหนังเรื่องนี้กำลังตั้งคำถามกับเราหลายๆเรื่อง...
 
จำเป็นไหมว่า คู่กรรมต้องมีภาพจำที่เคยมี
จำเป็นไหมว่าต้องคงรายละเอียดที่คนนึกถึงเสมอ
จำเป็นไหมว่าต้องแสดงให้เห็นถึงความรักอันมากมายเหล่านั้น
จำเป็นไหม ว่า คู่กรรม ต้องเศร้าจนน้ำตาไหล
 
 

หรือ แค่ปล่อยใจรับรู้ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ ค่อยพิจารณาไป จนกว่าเราจะเข้าใจในความรักของทั้งคู่


เราได้คำตอบกับตัวเองว่า 

คำถามที่กำกวมเราถามมาตั้งแต่ต้น ดี ไม่ดี ใช่ ไม่ใช่ อะไรก็ตามมันไม่มีทั้งคำตอบและเหตุผลที่ชัดเจน
อาจจะมองว่าการดูหนังเรื่องนี้ต้องจินตนาการสูง แต่..

ขนาดโกโบริยังบอกว่า "คุณมีเหตุผลของคุณ ผมมีหัวใจของผม"

ไม่มีเหตุผลอะไรที่โกโบริจะไม่รักอังศุมาลินทั้งๆที่เธอก็ไม่ได้น่ารักแสนดีอะไร
เพราะฉะนั้น ถ้าคุณจะรักหนังซักเรื่อง อย่างเช่น คู่กรรม 2013 ก็คงไม่มีเหตุผลอะไร
 
 
 
ขนาดโกโบริยังไม่รู้เลยทำไมรักอังศุมาลิน : )
 


ป.ล. ณเดชน์หล่อมากจริงๆ
ป.ล. ถ้าจะรักก็รัก ไม่รักก็ไม่รัก มันก็เท่านั้นเองง
ป.ล.(อีก)  ลองรีวิวหนังเต็มๆครั้งแรกค่ะ เพราะมันค้างตาในหัวเยอะจริงๆ ติชมกันได้นะ 

Comment

Comment:

Tweet

ต้องลองมั่งแล้ว

#6 By แมวหน้าแว่น on 2013-04-24 08:42

รีวิวได้ละเอียดดีมากครับ พี่เคยดูเวอร์ชั่น เบิร์ด+กมลชนก (โหย บอกความแก่) ส่วนเวอร์ชั่นบี้+หนูนา ก็ไม่ได้ดู

#5 By Mr.P on 2013-04-18 11:34

พี่โดนถล่มยับในพันทิปไปตั้งแต่วันแรกๆแล้ว 555+ // พี่คิดคล้ายๆผกก.+นักเขียนหลายคนที่รีวิวช่วงหลังๆนี้นะ

#4 By - な み だ の 風 - on 2013-04-13 18:05

@hellwhale  อันนี้ต้องลองค่ะ 555  แต่เล่นดีจริงๆ เราว่าเล่นดีชนะหน้าตาเลย
@chunsa  พี่ยะรู้สึกมะว่ามันเป็นหนังที่ใช้ ความเอาแต่ใจในการดูสูงมากก คือมันจะคิดยังไงก็ได้อะ ลองรีวิวดูๆๆ อยากอ่าน cry

#3 By ป.ปุ้น,,, on 2013-04-13 00:22

ในความคิดพี่ มันไม่ได้ดีที่สุด แต่พี่ชอบแนวนี้มากกว่าที่ไม่เยิ่นเย้อ มันเป็นหนัง 2 ชั่วโมง ถ้ายัดทุกอย่างลงไปมันคงจะแย่กว่านี้
อยากรีวิวเหมือนกัน แต่คนคิดต่างเยอะมาก 555+

#2 By - な み だ の 風 - on 2013-04-12 20:09

ยังไม่ได้ดูเลย แต่มีแต่คนชมณเดชว่าเล่นดีมากๆ  ><
Hot!

#1 By -:+Hell whalE+:- on 2013-04-12 19:29