นศ.หนังไทยผจญภัยโฮจิมินห์ :ตอน 4 ลุยเทศกาลหนัง!

Cr. kwangwara
 
 
นศ.หนังไทยผจญภัยโฮจิมินห์ : ตอนที่ 4
 
 
ต่อเนื่องจาก
 

**ตอนนี้ยาวมากก

 

--------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

วันที่ 2 ในเมืองโฮจิมินห์
สวัสดีจ้ะยามเช้าของเวียดนาม : D


 



หลังจากนอนหลับสบายคลายเครียดกับที่พักสุดหะรูหะราเกินกว่าเราจะหาได้กันปกติในเวียดนาม วันนี้ตามที่อาสาสมัครดูแลเด็กหลงจากไทยทั้ง 9 คนได้กล่าวกับเราไว้ในยามเย็นของวันก่อนว่า

ตอนเย็นของวันนี้จะมีงานประกาศผลรางวัลที่ ห้าง Lotte mart ชั้น 3 บริเวณโรงหนัง ซึ่งเราดีด๊ากันมากจ้ะ เพราะคิดว่าจะได้เดินดูเมืองกันตอนเช้า ชอปปิ้งกันกรุบกริบ ไปงานเขากลับมา แล้วก็เก็บของเตรียมเดินทางไปเมืองอื่นกัน (ดาลัดมุยเน่ในฝันของฉันน กรี๊ดๆๆ)  แต่ปรากฏว่า…

 

ฝันสลายมลายสิ้นทั้งอินทรีย์สถิตทั่วแต่ชั่วดีประดับไว้ในโลกา

 

ตอน 10 โมง วันที่ 15 ธันวาคมที่มีงานนั้น เราจะต้องไปเวิร์คชอปกับทางเทศกาลหนังก่อน  ถึงเที่ยง แล้วเราจะมีเวลาเดินชมเมืองโฮจิมินห์ 3 ชม.ถ้วน

 

 

3 ชม.!!!

 

 

 


แล้วก็ตอนเช้า เราจะไม่ได้ไปไหนเลยทั้งสิ้นในเมือง….

 

 

สำหรับเด็กโน้ยผู้ปรารถนาชมเมืองแบบใจเหี่ยวเสียววาบมากอ้ะ คือเสียดายยย สุดๆ  แต่เราก็บอกอาสาฯเราไว้แล้วนะว่าจบงานเราจะไปมุยเน่ต่อ  ความหวังจะได้เที่ยวเมืองอื่นยังพอมี ก็เอาวะ ไปก็ไปเวิร์คชอป

 

เรานัดจะเจออาสาเราไว้ตอน 9 โมง  ดิฉันและชลธิชา หรืออีแพรเพื่อนร่วมห้องได้อาหารเช้าฟรีจากอานิสงส์เทศกาล Yxineff ค่ะ เลยลงมากินอาหารเช้าของโรงแรมกันด้วยความหน้าชื่นตาบานมาก  กะจะแอบยัดใส่เป๋าไปให้เพื่อนที่เหลือด้วย  แต่เจือกไปนั่งหน้ากล้องวงจรปิด

 

อืม

มันหยิบอะไรได้ซะที่ไหนละโว้ย!

 

เอาเถอะช่างมันไม่เป็นไร   และอาหารเช้าของโรงแรม นั้น…

 

เนื่องจากพักกะชางเกาหลีที่แห่แหนมาเวียดนามกันเยอะเหลือเกินค่ะทุกท่าน  อาหารเช้า เลยเต็มไปด้วยอาหารเกาหลี!!  ซุปกิมจิงี้… แล้วก็อาหารหน้าตาประหลาดๆซึ่งก็มิอาจบรรยายได้ว่ามันคืออะไร แล้วก็เฝอ แล้วก็ขนมปังฝรั่งเศส เวียดนามสไตล์มากๆๆๆๆ

 

ไม่ต้องแปลกใจใดๆ ถ้าไปพักโรงแรมเวียดนามแล้วจะพบว่า อาหารเช้าทุกที่  มีเฝอให้คุณ  มีทุกที่จริงๆ สาบานได้เลย

 

 

หลังจากดิฉันแลชลธิชาแอบเอาหนมปัง+โยเกิร์ตขึ้นไปห้องได้นิสหน่อยแล้ว เราก็ทยอยลงมาข้างล่างเพื่อเตรียมตัวไปเวิร์คชอปกันจ้ะ ( ขอเรียกว่าเวิร์คชอปฝันสลายเบาๆ เพราะมันทำเราอดเที่ยว แต่การไปเวิร์คชอปมันก็ต้องเป็นโอกาสชีวิตอันดีแหละน่า…)

 

พอเรามาเจอคุณอาสาฯของเราตอน 9 โมง เขาก็เอาอาหารเช้าแบบเวียดนามสไตล์มาให้เราอีกจ้ะ (แต่เราแอบไปกินเฝอ รองท้องกันมาก่อนแล้ว ;w;) 

 

 

ร้านขายจะหน้าตาแบบนี้

 

เป็นเจ้าขนมปังฝรั่งเศสที่ละม้ายแซนด์วิช ยัดไส้แฮมและผักเยอะมากๆๆๆๆ ถ้าแหวกไปจะเจอแตงกวายักษ์ยาวเฟื้อยไซส์เท่าขนมปังอยู่ข้างในด้วย   มีขายตามทางเดินในเมืองทั่วไป   เราลองกินไปแล้วพบว่ามันก็อร่อยมิเลว ไปลองชิมกันได้นะ

 

ระหว่างทางไปก็จัดกันบนแท็กซี่เลยค่า 5555


นั่งแท็กซี่เข้าเมืองไปซักพักเราก็มาถึงร้านกาแฟแห่งหนึ่งในอีกเขต (น่าจะเป็นเขต 1) ซึ่งต้องบอกว่า

 

ไฮโซมากกกก

 

โอ้คุณพระ ตกลงนี่มาเป็นเซเลบเวียดนามจริงๆใช่ม้าย
จำชื่อร้านไม่ได้แล้ว แต่ว่าชั้นสองของร้านจะเป็นห้องใหญ่ๆ มีโซฟานุ่มนิ่มมากมาย  แล้วก็ราคาน้ำที่เห็นแล้วก็สะอึกเบาๆ เพราะราคามันพอๆกะร้านกาแฟกินบรรยากาศราคาสูงบ้านเราเลยทีเดียวแหละคุณขา  

 

สั่งน้ำกันไปไม่ทันไรเรื่องตกใจก็เวียนมา

 

ย้ำอีกครั้ง ขอให้คุณให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษ

 

เพราะจู่ๆ อาสาเราก็เดินมาบอกว่า…ยู เห็นคนที่นั่งอยู่มุมนึงในร้านการแฟม้าย  พวกนั้น เขาเป็นคนทำหนังเหมือนคุณ  คุณ (ชี้มาทางดิฉันค่ะ) ในฐานะ ตัวแทนของทีมจากไทย   เขาคงอยากคุยกับคุณนะ

 

เขาคงอยากคุยกับคุณนะ
เขาคงอยากคุยกับคุณนะ
เขาคงอยากคุยกับคุณนะ
เขาคงอยากคุยกับคุณนะ

เขาคงอยากคุยกับคุณนะ
เขาคงอยากคุยกับคุณนะ
เขาคงอยากคุยกับคุณนะ
เขาคงอยากคุยกับคุณนะ

 

 

 

 

เหยชเขร้ 

 

บ้าแล้วสิ  อยากคุยไร้! ถ้าคุยก็ต้องคุยภาษาอังกฤษอะดิ

 

คุณพระคุณเจ้า ถ้าคุณได้อ่านตอนก่อนๆ  จะรู้ว่าดิฉันมีปัญหากับภาษาสากลอันหรรษาอันนี้มากค่ะ คือจะว่าไง ไม่ค่อยมั่นใจว่างั้น  เกิดมายังไม่เคยพูดภาษาที่ไม่ใช่ภาษาแม่กับใครเลยยยย  ว่าแล้วหันไปสบตาเพื่อนให้ช่วยเหลือ

 

ปรากฏว่ามิชชั่นเฟล

 

 

เพราะไม่มีใครใคร่จะไปกับดิฉันเลย!  โอ้แม่เจ้า อยากจิร้องห่มร้องไห้ออกมาให้คุณพิทยาแรงปรารถนาเห็นใจตรงนั้น  ก็ไอ้คนพอพูดได้ดันไม่รู้เรื่อง ไอ้คนรู้เรื่อง เจือกพูดไม่ได้ค่ะ

 

ดิฉันในฐานะที่เขาบอกว่าเป็นหัวหน้า(ที่ไม่ได้เต็มใจรับมา ) เลยทำใจลุยเดี่ยวไปนั่งกะกลุ่มน้าน…..

 

(คนสอง จากขวา..แลเห็นสีหน้าอันเงิบงุนงงของดิฉันมั้ยค้า)

 

แล้วก็ได้รู้จักกับ Polen ly  (เสื้อเขียว) ค่ะ  เขาเป็นผู้กำกับหนังชาวกัมพูชาที่ทำหนังเกี่ยวกับเรื่องการกินเนื้อหมาในประเทศ  คุณโพเลน ลี นี่เป็นชาวสีม่วงนะ แต่แกน่ารักทีเดียว  อัธยาศัยดีเว่อๆๆๆ  แล้วพอรู้ว่าคนไทยคำแรกเขา “สวัสดี”  มาก่อนเลย  ประทับใจจัง    เขาถามว่าเรามาจากไทยเหรอ เป็นนักศึกษาภาพยนตร์ใช่มั้ย   พอเราตอบว่าใช่ค่ะไป  เขาก็บอกว่า

 

คุณรู้มั้ยคุณโชคดีมากๆที่มีโอกาสเรียนด้านนี้ในประเทศ

 

สำหรับประโยคนี้ทำให้ภูมิใจในวิชาชีพขึ้นมาเลยทีเดียว  ที่กัมพูชา ไม่มีโรงเรียนหนังค่ะ สำหรับประเทศที่มีโอกาสเรียนสายภาพยนตร์ให้ควั่กอย่างไทยนั้น คงจะนึกไม่ถึงว่าเราก็มีโอกาสมากแค่ไหนที่จะเรียนเรื่องหนัง เรื่องสื่อ  แต่ใกล้ๆข้ามไปแค่อีกฟาก เขาไม่มีโอกาสจะทำแบบเรา  คุณโพเลน ลี คนนี้เขาก็ทำหนังด้วยตัวคนเดียว แล้วปัญหาสำคัญของเขาในการถ่ายทำเป็นเรื่อง “อุปกรณ์” ค่ะ เขามีแค่กล้องดิจิตอลตัวเล็กๆ ตัวเดียวในการถ่ายหนังเท่านั้น  แต่มันสำเร็จออกมาเป็นหนังด้วย

 

ที่สำคัญหนังเรื่องนั้นได้รับรางวัลในเทศกาลนี้ด้วย  ขอปรบมือให้จริงๆ

 

และแล้วเราก็ผ่านด่านภาษาอังกฤษกันมาได้ แค่รอบแรก…


ย้ำ รอบแรก  หลังจากอบรมสัมมนาอะไรกันเรียบร้อยแล้ว คุณมาร์คัส คนจัดเทศกาลนี้….
เดินเอาไมค์มายื่นให้ดิช้านนน

 

ยิ้มแย้มแล้วพูดประโยคที่ผ่าเปรี้ยงกลางใจ

 

เชิญเลยครับ พูดอะไรก็ได้ ที่คุณอยากจะแบ่งปันกับเรา ^^ //ยิ้มแย้ม

 

 

โถ่ คุณมาร์คัส!!!!! 

 

ยิ้มหน้าแหยกลับใส่มาร์คัสไปหนึ่งทีแล้วบอก Oh my English so bad จริงๆคือจะบอกว่าภาษาปะกิดฉันไม่ค่อยจะดี แต่…

มาร์คัสเงิบ
เพื่อนเงิบ

กุได้ปล่อยไก่ไปแล้วค่ะ เย้

 

OTLllllllllllllllllllllllllllllllllllll



มารู้ตอนหลังว่าประโยคนั้นมันโคตรไม่ควรพูด! เพราะว่าความหมายมันแย่มากๆๆๆๆ   ทางที่ดีถ้าจะบอกว่า I’m not good at  English จะเหมาะกว่า แต่ดิฉันพลาดไปแล้วค่ะ…เพราะฉะนั้นอย่าใช้โซแบดอีกนะจำไว้ ;w;

ประโยคต่อมาก็หลับหูหลับตาพูดไป  โชคยังดีที่เพื่อนบอก  เห้ย มึงพูดได้  แต่มึงพูดเร็วเหี้ยๆ

 

//ร้องห่มร้องไห้   ก็คนมันตื่นเต้น

 

จบพาร์ทเวิร์คชอป  เราจะได้ไปกินอาหารเวียดนามกันแล้ว! เพราะอาสาเรารับปากไว้ว่าจะพาไปกิน ระหว่างทางเราจะได้เดินชมเมืองโฮจิมินห์กันไปด้วยล่ะ  ที่เซอร์ไพรส์กว่านั้นคือ โพเลน ลี จะร่วมทางไปกับเราด้วยในวันนี้จ้า : D

 

 

การอยู่ในตัวเมืองโฮจิมินห์นะ  วิธีที่ประหยัดที่สุดคือ “การเดิน”  เดินมันเข้าไปจ้ะ  ข้อดีของเวียดนามอีกอย่างนะคือผังเมืองเข้าดีมากเลยทีเดียว  เดินไปไม่มีวันหลง มันจะวนๆกลับมาที่เดิมจนได้แหละ

 

ผ่านโบสถ์นอทเทรอดามด้วย เห็นแค่ด้านข้าง แว้บเดียวจริงๆ TT

 

ตรงนี้ไม่รู้เรียกอะไร แต่ใจกลางเมืองเลยล่ะ ชอบมีวัยรุ่นมานั่งครุคริกัน

 

 

 

 

 

หลังจากเราเดินๆ ปนความหิวกันมาซักพัก เราก็มาถึงร้านนี้! ชื่อร้าน ขวาน อัน งอน  เราเพิ่งรู้ทีหลังว่ามันเป็นร้านคนไทยนิยมรีวิว คือ ดังทีเดียวอะกับคนไทย(แต่เราไม่รู้จัก โถ่)  ตัวร้านค่อนข้างหะรูหะราจนเราตกตะลึงอึ้งทึ่งเสียว

 

 

(ในร้าน)

 

กลัวทีเดียวว่าจะแพงมั้ย ถึงจะหวั่นปานใด อาสาเราก็พาเรามาจนได้แล้ว เขาก็พยายามสั่งอาหารเวียดนามที่ค่อนข้างหลากหลายมาให้เรากินนะ  เริ่มที่แหนมเนืองยอดฮิต

 

แหนมเนืองเวียดนามแท้ เขาไม่แช่น้ำนะคะ กินกันทั้งแบบนั้นเลย แล้วก็แน่นอนว่า อัดแน่นไปด้วย ผัก ผัก ผัก และ ผัก

 

 

 

นอกนั้นก็เป็นอาหารเวียดนามอีกหลายอย่าง ซึ่งบางอย่างถูกปากมั่งไม่ถูกปากมั่ง  เพื่อความชัวร์ในการสั่งขอแนะนำให้หารูปแล้วก็ จิ้มๆเอาเลยว่าฉันจะเอาอันนี้   เราสั่งเป็นขนมจีนหน้าปอเปี๊ยะ ไปอร่อยเลยทีเดียว (จริงๆแล้วปอเปี๊ยะมันก็อร่อยสุดจริงๆ ;w;) 

 

 

แล้วก็มีอาหารอะไรไม่รู้หน้าตาเหมือนขนมน้ำดอกไม้แต่ไม่หวาน แล้วโรยกุ้งฝอย   เราคิดว่ามันอร่อยแปลกๆดี แต่เพื่อนไม่ค่อยชอบจ้ะ 555


ไอ้นี่แหละขนมน้ำดอกไม้^

มีรูปอาหารแบบอื่นด้วยนะ

 

 

แล้วที่วิปโยคมากคือ กะปิ  อะไรซักอย่างกลิ่นคล้ายๆน้ำปลาร้า เพื่อนเราสั่งอะไรไม่รู้แล้วเทเจ้านี่ลงไป   ชีวิตเปลี่ยนทันที

คือกลิ่นมันแปลกๆจริงๆ แล้วก็ไม่มีใครกล้าชิมด้วย 5555

 

ความเสียหายจากมื้อนี้โดนกันไปคนละแสนกว่าดอง  ซึ่งซีดมากกก เงินในกระเป๋าหายแว้บไปทันตา

 

จากนั้น….ช่วงเวลารีบเร่งก็เริ่มต้นขึ้น

 

 

เราต้องกลับไปเตรียมตัวเพื่อมาร่วมงานกาล่าที่โรงหนัง Lotte Mart ในตอนเย็น อาสาทีมเราก็เลยรีบพาพวกเราพุ่งกลับโรงแรมแล้วก็นัดเราอีกที 4 โมงเย็น  ทั้งนี้พวกเราไม่อยากไปเตรียมตัวอะไรกันมาก ก็แยกเป็นสองกลุ่ม  กลุ่มนึงแยกไปแต่งตัวก่อน  ส่วน เรามากะฝั่งเพื่อนที่จะไปเดินห้างเวียดนามฆ่าเวลา

คุณอาสาก็ตามใจเรา พาเรามาห้างนึงในแถบเขต 7 นั่นแหละ   พอเราเข้าไปก็เดจาวูในใจว่า

 

คุณพระ นี่มันเซ็นทรัลเวิร์ล!

 

แต่เป็นเซ็นทรัลเวิร์ลที่คนบางตากว่ามากๆ  ที่เหมือนกันก็คงจะเป็นเรื่องร้านแบรนด์เนมเต็มไปหมด และมี…

สเก็ตน้ำแข็ง 
 เสก็ตน้ำแข็งเวียดนามหน้าตาแบบนี้ฮร้าฟ!

 

 

พระช่วยค่ะ  เขาไม่ใส่รองเท้าสเกต! แต่เล่นกันเป็นบูทยางนี่แหละ  เจ๋งโคตรรรรร จะเสียเวลาใส่รองเท้ากันไปไย ใส่บูทนี่แหละค่า ลื่นเหมือนกัน   โคตรอภิมหาไอเดียอะ  มันเจ๋งนะ ตรงที่แบบใครก็เล่นได้ ใส่บูทลงไปสไลด์ๆ แฮปปี้…

 

ขอกราบในความคิดสร้างสรรค์

 

 

ว่าแล้วก็เดินชมห้างไปพลางจนทะลุมาถึงชั้นฟู้ดเซ็นเตอร์  มีอาหารไทยขายด้วย แต่ราคาไม่ใช่แบบพี่ไทยใจปราณีเท่าไหร่นัก  มาถึงเวียดนามทั้งทีจะมากินอาหารไทยก็ยังไงอยู่  เราก็เลยแลหาไอติมกินจ้ะ   เหลือบเหลียวมองไปก็เจอร้าน KFC

 

ซึ่งไอติมโคน KFC เวียดนาม…ราคา 3000 VND !

ตีเป็นเงินไทยแล้วสี่ถึงห้าบาท  ถูกกว่าเห็นๆ   เด็กไทยใจร่างเริงเลยไม่รอช้าเข้าไปสั่งไอติมกินกัน น่ารักกรุ๊กกริ๊ก

 

 



กินไอติมเสร็จก็กลับไปพักกันซักแว้บที่โรงแรม

 

 

ไม่กี่นาทีจากน้าน....

 

 

เราห็แปลงร่าง เป็นเซเลบเวียดนาม!!!!!!

 

อายจุงจิง แต่โพสต์มาแล้วก็เอาให้สุด = =

 

 

พร้อมแล้วออกเดินทางสู่ห้าง Lotte Mart เขต 3  ซึ่งเป็นที่ตั้งของงานประกาศผลรางวัลเทศกาล Yxineff!!

 

 เอาบรรยากาศงานไปดูกันเลยดีกว่า  เราจะไม่พูดอะไรมาก
เพราะแค่เราเห็นเราก็อะเมซิ่งกันสุดๆแล้ว  โคตรคุณพระจะไฮโซ อาหารอร่อยด้วย

 

และที่ยิ่งกว่านั้น มีพรหมแดงงง!!!

 

อะไรกันเนี่ย งานมันจะใหญ่โตมากเกินไปแล้วนะ 

 

(เห็นคำว่า VIP มั้ย VIP นะ!!)

 

 

เตร็ดเตร่กินนู่นนี่ได้ซักพัก คุณฟ่วม(อ่านเสียงแบบนี้จริงนะ) ลีดเดอร์อาสาสมัครทีมเราก็เดินมาบอกกับดิฉันว่า คุณต้องไปให้สัมภาษณ์สื่อนะ

 

หา

 

เอาใหม่ดิ๊

คุณต้องไปให้สัมภาษณ์สื่อนะ
คุณต้องไปให้สัมภาษณ์สื่อนะ
คุณต้องไปให้สัมภาษณ์สื่อนะ
คุณต้องไปให้สัมภาษณ์สื่อนะ
คุณต้องไปให้สัมภาษณ์สื่อนะ
คุณต้องไปให้สัมภาษณ์สื่อนะ
คุณต้องไปให้สัมภาษณ์สื่อนะ

 

 

เหยชเขร้ 

 

 

ยังไม่จบอีกเร้อออออออออออ

 

 

ทำใจได้อยู่ไม่นานก็เดอะโชว์มัสโกออนไปออกสื่อเวียดนามค่าคุณขา แซ่บสุดๆ
ขอบพระคุณออโต้กับโอ๊ตตี้ที่อุตว่าไปยืนเป็นเพื่อน //ร้องไห้

(อนึ่ง คอสตูมดิฉันไม่ได้พร้อมกับการมากาล่าแต่ประการใด ขอร้องไห้อีกสามทีครึ่ง)

 

 

ยังไงก็พูดภาษาปะกิดได้แบบผ่านไปแล้ว 

 

ยังค่ะ เรื่องน่าตกใจยังไม่จบ

คุณนักข่าวสาวที่มาสัมภาษณ์เราน้านน พอเห็นเราเป็นคนไทย
เขาเข้ามาถามเลยว่า  "คนไทยเหรอคะ?"  ด้วย(ที่ถือไมค์น่ะแหละ)

 

ภาษาไทย!

 

ตกใจมาก เขาบอกว่าเป็นเวียดนาม แต่เรียนภาษาไทย พูดไทยได้ เรียนแค่ 2 ปี เอง พูดชัดถ้อยชัดคำกว่าคนไทยอีกนะ 

 

ชื่นใจมากที่ได้ยินภาษาไทยในต่างแดนแบบนี้ ปลื้มค่ะปลื้ม


พอเวลามาถึง เราก็เข้าไปร่วมงานประกาศรางวัลกัน : D

 

รูปงานในโรงหนังไม่ได้ถ่ายมา แต่จะเล่าความรู้สึกให้ฟัง

 

 

ถึงงานนี้เราจะไม่ได้รางวัลอะไรกลับมา เราก็ดีใจมากนะ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่่งของเทศกาลนี้
เราดีใจที่ได้ยินว่าจุดประสงค์ของการจัดเทศกาลนี้คือ เพื่อ พัฒนาวงการหนังของประเทศเขา
มันเป็นเรื่องน่าชื่นใจที่จะได้ยินคนพยายามทำอะไรเพื่อพัฒนาประเทศตัวเอง 

โดยเริ่มจากจุดเล็กๆแบบเทศกาลหนัง

 

แล้วปีนี้ก็เป็นปีแรกด้วยที่มีการจัด International Competition ที่เราได้มาเป็นส่วนหนึ่งในวันนั้น
เราว่าหนังเวียดนามกำลังมาถึงจุดพัฒนา แล้วคนในชาติเขา ก็ไม่หยุดคิดที่จะทำให้มันไปไกลกว่าที่กำลังเป็น ซึ่งเราอยากเอาตรงนี้มาใช้ในประเทศไทยบ้านเราบ้าง

 

ถ้าช่วยกัน ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบไหน จะคนธรรมดา จะเป็นสื่อ เป็นใครก็ตาม มันย่อมมีหนทางพัฒนา

 

ภาพยนตร์ มีความมหัศจรรย์ของมันตรงที่มันก็เหมือนกับศิลปะแขนงอื่น
มันทำให้ความเข้าใจ เป็นสากล  เราสื่อถึงกันได้

 

ภูมิใจและดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลนี้นะคะ Yxineff

 

 

ตัดจบตอนนี้ก่อน   งานที่เราตั้งใจมาร่วมจบลงแล้ว แต่ชีวิตเด็กไทยในเวียดนามยังมีภาคต่อ
ตอนหน้า น่าจะเป็นตอนสุดท้ายของซีรี่ย์นี้แล้ว

 

ขอบคุณทุกคนที่จะได้อ่านประสบการณ์ประทับใจเราครั้งหนึ่งในบล็อคนี้จ้ะ : )

 

เจอกันอีกทีตอนหน้า เย่

Comment

Comment:

Tweet

ภาษาอังกฤษไม่ว่าที่ไหนๆก็จำเป็นมาก
และจะมีชีวิตรอดได้ในต่างประเทศได้
อิอิิ  อยากไปเที่ยวเวียดนามบ้างจังเลย
ที่จขบ.เล่าๆมา น่าสนุกดีนะคะconfused smile confused smile confused smile
Hot! Hot!

#2 By yo on 2013-01-10 10:23

เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจมากเลยจริงๆ
ภาษาอังกฤษสำคัญจริงๆแหละ แต่ที่สำคัญสุดก็ยังคงเป็นภาษาของประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะไปประเทศไหนก็ตาม

#1 By φυβλας on 2013-01-06 13:00