Cr. kwangwara
 
 
นศ.หนังไทยผจญภัยโฮจิมินห์ : ตอนที่ 3
 
 
ต่อเนื่องจาก
 

--------------------------------------------------------------------------

 

 

ซินจ่าว! 
วันแรกในเวียดนาม

 

 

 

 

19.25 นาที

หนึ่งชั่วโมงครึ่งจากดอนเมือง ประเทศไทย…

 

ตอนนี้

 

เราอยู่ที่แผ่นดิน โฮจิมินห์ซิตี้แล้ว!

 

เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อว่าแค่ระยะเวลาไม่ถึงสองชม.จากประเทศไทย   ที่ที่เรายืนอยู่จะเป็นสถานที่ที่แตกต่างทั้งวัฒนธรรม ภาษา ความเป็นอยู่ หน้าตา และ วิถีชีวิต แต่เรามาถึงแล้ว 

 

เวียดนาม

 

ที่สนามบินนานาชาติเติ่น เซิน  เญิ้ต  เมืองโฮจิมินห์   ด่านแรกที่เราต้องเจอในการเข้าสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามคือ  ตม. หรือ ตรวจคนเข้าเมืองนั่นเองค่ะ (แปลทำไม 55) พอเราไปป๊ะหน้ากับพี่ชายหน้าออกไปทางจีนๆชาวเวียดนามที่เป็นตม.  เราก็ยื่นพาสสปอร์ตไปให้ด้วยรอบยิ้มอันเต็มเหนี่ยว

 

สงสัยเราจะอยู่กับประเทศที่แจกรอยยิ้มให้ผู้มาเยือนอย่างไม่จำกัดนานเกินไปหน่อย
พอ เจอคุณ ตม. คำแรกที่อยากจะบอกคือ  ยิ้มหน่อยได้มั้ยอะคะ ;w; 

 

  

คือ เขาไม่ยิ้มเลยยยยยย   แถมเงยหน้าขึ้นมามองหนึ่งที ประมาณจะมองว่าอีนี่หน้าเหมือนในพาสปอร์ตมั้ย (ไม่ต้องห่วงค่ะ ตัวจริงสวยกว่าแน่นอน  :p )   ตบพาสสปอร์ตลงโต๊ะดังป้าบ!  แล้วจบสิ้นกระบวนการ

 

เอิ่ม…

 

แล้วเราก็เข้าประเทศเวียดนามมาอย่างหน้าชื่นตาบานเป็นที่สุด

 

ถึงสนามบินแล้วต้องทำอะไร

 

ไปเข้าห้องน้ำก่อนเลย555   ห้องน้ำที่สนามบินเติ่นเซินเญิ้ตนี่ประทับใจผู้มาเยือนมากเลยนะ  เพราะว่าห้องน้ำเขาสะอาดมากกกก  ซึ่งเมื่อเทียบกับดอนเมืองแล้ว  ว่ากันตรงๆคือ ไม่ว่าจะกลิ่นและความสะอาด ดอนเมืองแพ้หลุดลุ่ยเลยค่ะ  อีกอย่างคือ  ห้องน้ำเวียดนามจะมีป้ายในห้องน้ำหลากหลายภาษามาก ทั้ง จีน อังกฤษ เวียดนาม(อันนี้อาจจะปกติ)  และที่น่าทึ่งคือ ภาษาเกาหลี !


ห้องน้ำประเทศไทยไม่มีภาษาเกาหลีนะ  (ตกใจมั้ย)

 

ตอนแรกก็ตกใจแต่พออยู่ๆไปหลายวันเราก็จะรู้ว่า ประเทศเกาหลี กับ เวียดนามเนี่ยมีอิทธิพลต่อกันและกันมากในหลายๆเรื่องไว้เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังค่ะ

 

 

รอรับกระเป๋าอะไรเสร็จเรียบร้อยเราก็พุ่งไปที่เคาท์เตอร์รับแลกเงินก่อนเลย   อ่อ  สำหรับผู้ที่คิดจะเดินทางไปเวียดนามนะคะ  การแลกเงิน  เงินของเวียดนามเป็นสกุลเงิน ดอง(VND) ค่ะ จะเรียก ด่อง ด่ง อะไรก็ได้ไม่ว่ากัน และสกุลเงินดองเนี่ย ถ้าเราแลกเป็น USD มาจากไทย แล้วมาแลกเป็น VND ทีเวียดนาม จะได้เรตสูงกว่านิดหน่อย แต่นิดหน่อยที่ว่าเนี่ย ก็หลายดองอยู่นะ   เงินไทยแลกเป็นเงินดอง เรตจะประมาณ 1 : 530 ดองค่ะ ซึ่งเราลองใช้เงินไทยแลกแล้วไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่

 

แล้วก็เรื่องที่ต้องระวังคือ การชาร์จค่าธรรมเนียมในการแลกเงินที่สนามบิน  แต่ละเคาท์เตอร์คิดเรตไม่เท่ากันนะ  ของปุ้นไปแลกเคาท์เตอร์แรกขวามือ อันนั้นจะชาร์ตน้อยกว่า  เสียไป 50,000 ดองก่อนเรียบๆ สำหรับการแลกเงิน แลกไป 100 USD ก็จะได้มา ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ สองล้านห้ากว่าๆ ดองนะ   

 

เกิดมาเพิ่งจะได้จับเงินล้านเนี่ยแหละ

 

ถ้าไปแลกเคาท์เตอร์อื่น จะโดนชาร์ตไปแสนดองประมาณเลยค่ะ   ตีเป็นเงินไทยแล้ว ร้อยกว่าบาท  เพื่อนโดนกันไป หน้าเสียกันเบาๆสำหรับระลอกแรกที่เวียดนาม

 

พูดเรื่องเงินกันหน่อย  คือ เนื่องจากเราไม่เคยมาเวียดนามกัน เราเลยทุ่มหาข้อมูลผ่านรีวิวกันเยอะมากกก แล้วทุกเสียงบอกว่า เวียดนามนี่ขึ้นชื่อเรื่องชาร์จนักท่องเที่ยวพอสมควรทีเดียว  อย่างพวกต่อของ เขาจะคิดเราแพงขึ้นสามเท่าเลยก็เป็นได้   แล้ว แบงค์ของเขา  สีดันคล้ายกันอีก โดยเฉพาะแบงค์หมื่น กับ แบงค์แสน   เราเลยหวั่นใจกันมากเรื่องเงินทองในเวียดนาม ว่าจะใช้กันผิดรึเปล่า  คิดเงินทีเล่นเอาปวดหัวไปหลายดอก

 

เล่าย้อนไปก่อนหน้านี้นิดนึง หลังเราตอบรับเข้าร่วมเทศกาลหนัง Yxineff ประเทศเวียดนาม เราก็ทุ่มเทใช้ภาษาอังกฤษในการจัดการเรื่องที่พักและอะไรต่อมิอะไรเยอะมาก   แล้วก็โชคดีที่ทางเทศกาลเขาจะมีอาสาสมัครมารับเราที่สนามบิน   ไม่มีค่าเครื่องบินให้ แต่จะให้ห้องพักเรา ฟรี!  1 ห้อง ต่อ  2 คน   สองคน ที่ IBIS Saigon South Hotel  เป็นเวลา สองคืนด้วยกัน   ถ้าอยากเอาเพื่อนไปด้วยแล้วจะเอาห้องเพิ่ม  เขาลดราคาให้เราพิเศษค่ะ   ซึ่งไปเสิชจากอากู๋แล้วพบว่ามัน หะรู หะรามา ตกใจกันไปเลยทีเดียว เราก็เลยตกลงจะไปนอนที่นี่กัน … 

 

ใช่ค่ะ มันฟรี 1 ห้อง 2 คน

 

แต่เราดันไปกัน 9 คนน่ะเซร่

 

ตอนแรกมีเรื่องชุลมุนกันนิดหน่อยว่าตอนแรกเพื่อนเราจาก เก้า จะไปแค่แปด เพราะเพื่อนขอพ่อไม่ได้ เราเลยบอกกับทางเทศกาลว่า เราจะขอเพิ่มห้องแค่  3 ห้อง ซึ่งมันก็จะลงตัวที่ 8 พอดี แต่เพื่อนคนที่ 9 คนน้าน ขอพ่อได้ในวินาทีเกือบจะสุดท้าย เลยได้ไป 9 คน

 

จะทำไงล่ะทีนี้ จองห้องไปแล้ว …

 

เราก็เลยถามทางเทศกาลเขาว่าจะนอนห้องละสามได้มั้ย ห้องนึง แต่ปรากฏว่าไม่ได้ค่ะ โรงแรมค่อนข้างซีเรียสเรื่องนี้พอสมควร เราเลยจำเป็นต้องบวกห้องเข้าไปอีกจาก +3 ห้อง  เป็น 4 ห้อง  + 1 ห้องที่ฟรี และเราทุกคน จะต้องช่วยกันหารค่าห้องทั้งหมด เพื่อให้ทุกคนมีที่นอนในสองคืนแรก…แล้วหลังจากนั้นเราจะออกเที่ยวเวียดนามกันอีกสามวันเต็มๆ !

 

เรื่องก็เอวังด้วยประกาลละฉะนี้ค่ะ

 

กลับมาที่สนามบิน 

 

มีคนมารับเราที่สนามบินจริงๆค่ะ !



 

แล้วที่น่าประทับใจสำหรับเรามากคือ มันมีป้ายชื่อเรามารอรับอยู่ด้วย  ซึ้งจัง  อาสาสมัครที่มารับเราเป็นสาวเวียดนามร่างเล็กผู้น่ารักสองคนคือ Nhung  กับ Yen  ค่ะ(ตัวเล็กย่อๆหน้าป้ายนั่นแหละ Nhung  น่ารักมากๆๆ แล้วก็…พูดภาษาอังกฤษไฟแล่บเบย

 

//ซับน้ำตา   

 

โชคดีว่าภาษาอังกฤษของสองสาวสำนวนฟังง่ายทีเดียวสำหรับชาวต่างชาติภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะเอาไหนเช่นเรา
โชคดีเข้าไปอีกเมื่อสองสาวเป็นนักศึกษาปี 4 เหมือนเราค่ะ เลยได้เพื่อนไปโดยปริยาย กะว่าถ้ามีอะไรเราจะพึ่งสองคนนี้แหละ 5555

 

ภารกิจต่อไปคือ เราต้องหาแท็กซี่นั่งไปโรงแรมที่เขต 7 ตอนนี้เราอยู่ที่สนามบิน สนามบินจะอยู่ในเขต 1 ค่ะ ย่านท่องเที่ยวของโฮจิมินห์ก็จะอยู่ในเขต 1 เขต 3 เป็นหลัก ส่วนเขต 7 อาสาสมัครของเราบอกว่าเป็นเขตที่สร้างให้กับคนต่างชาติที่เข้ามา  คือเรียกว่าเป็นย่านไฮโซเวียดนามอะว่างั้น…

 

 

ไฮโซเวียดนาม  ไม่ได้เข้ากะเราเลยแม้แต่น้อย

 

การเรียกแท็กซี่ในวียดนาม  จากรีวิว หลายสำนัก เขาแนะนำยี่ห้อ vinasun กับ malihn ค่ะ(เขียนงี้ป่าวจำไม่ได้)  คราวนี้เราก็จะไปโรงแรมด้วยแท็กซี่ของ vinasun  แต่…

 

แม่มหามีแท็กซี่ไม่


 

ไปไหนหมดวะ  คือ เรียกแท็กซี่ยากมากกกกกกกกก 

 

มันไม่เหมือนดอนเมืองบ้านเราที่จะมาออหน้าสนามบินรอรับคนนะ คือ แท็กซี่ที่ผ่านมาแทบจะนับคันได้ แล้วเราไปถึงกันเย็นมากแล้ว หิวก็หิว  เพลียกันสุดแรงเกิด แถมเรียกแท็กซี่ไม่ได้อีก  ทั้งๆที่สองสาวอาสาชาวเวียดนามพยายามช่วยสุดฤทธิ์แล้วก็ยังไม่ได้   แท็กซี่เวียดนามนี่บทจะหยิ่งก็หยิ่งเบาๆ  ;w;   

 

แต่แล้ว Yen ก็สามาราถเรียกแท็กซี่คันแรกให้เราได้!  //กราบ

 

เลยขนกันไปก่อนล็อตแรก  

 

นั่งแท็กซี่เนี่ยจะผ่านตัวเมืองโฮจิมินห์ตอนกลางคืนค่ะ เราก็จะเห็นแสงสีของเมืองกันชัดๆเลย   บรรยากาศแสงสีที่นี่เขาจะต่างจากกรุงเทพนะ  สีสันเฟี้ยวฟ้าวเหมือนเดินไชน่าทาวน์ แต่ยังไม่ค่อยมีตึกสูงเท่าไหร่ (เราว่าดีแล้ว ไม่บดบังท้องฟ้าดี)  และอีกหนึ่งสีสันที่ทุกคนเจอ และเลื่องชื่อมากคือ   มอเตอร์ไซค์

 

 

 

ขี่เยอะมากกกกกกกก เยอะจนเป็นเจ้าของถนน  แล้ว บีบแตรกันปี๊นแป๊นๆๆ ตลอดเวลา  

 

โคตรรอเมซิ่งเวียดนามสุดๆคือ  สาวเวียดนาม สามารถ  นั่งไขว่ห้างซ้อนมอเตอร์ไซค์ได้ค่ะคุณขา !
คือเราแปลกใจกันมากจนต้องถาม Yen ว่าเขานั่งสบายกันเรอะ ไขว่ห้างเนี่ย 

 

 

กฎหมายจราจรของเวียดนาม ให้ทุกคนใส่หมวกกันน็อคค่ะ ที่น่าชื่นใจคือ ทุกคนใส่หมวกันน็อคกันหมดเลย เสมือนว่าหมวกกันน็อคเป็นแฟชั่นอะไรอย่างนึง  แต่ไปๆมาๆ ถ้าสังเกตบนถนน จะพบว่า  อะไรก็ได้ขอให้คุณใส่หมวกเหอะ ไม่ผิดทั้งนั้น  (โถ่)   จะหมวกแก๊บ หมวกอะไร  ขนาดเราเห็นคนใส่งอบ (ที่เขาเรียกหมวกโนนลา ) ของเวียดนามขับมอเตอร์ไซค์เราก็เห็นมาแล้ว 

 

จักรยานกับมอเตอร์ไซค์นี่ไม่มีอภิสิทธิ์พิเศษอะไรต่อกันทั้งสิ้นเลยนะ   ต่อให้คุณขับจักรยานก็เหอะ คุณสามารถแว๊นสู้มอเตอร์ไซค์สบายมาก ถ้าคุณเป็นคนเวียดนาม

 

 

เหยช

 

 

 

 

เยาวชนเวียดนามถ้าอายุไม่ถึง 18 เขายังไม่ให้ขับมอเตอร์ไซค์ ที่น่าทึ่งอีกอันนึงเลยคือ คุณสามารถซ้อน 4 ได้ค่ะ   กฎหมายเวียดนามอนุญาตให้มอเตอร์ไซค์ 1 คนสามารถมี ผู้ใหญ่ 2  เด็ก 2  ได้  ถ้ามีลูกแล้วอยากกระเตงซ้อนมอเตอร์ไซค์ที่นี่ไม่ผิดนะ ได้ตั้งสองคนแน่ะ   เพราะฉะนั้นถ้าเห็นครอบครัวพ่อแม่ลูกซ้อน 4 กัน อย่าแปลกใจ  (ถ้าผู้ใหญ่ซ้อนไม่ได้นะจ๊ะ )

 

ผ่านความวุ่นวายของท้องถนนเวียดนามมาในที่สุดเราก็มาถึง เขต 7 กันแล้ว

 

เด็กไทยล็อตแรก 5 คนที่มาถึง มาด้วยความหิวโซกันมาก Yen ก็เลยพาเราไปหาข้าวกินรอเพื่อนอีก 4 คนที่เหลือ ร้านที่เปิดอยู่ตอนนั้นคือร้าน Pho24   เฝอ24   ยอดฮิตคนไทยรีวิวนั่นเองจ้า 

 

เอาเป็นว่ามื้อแรกที่เวียดนาม เราจะได้ประเดิมเฝอกันก่อนเลย!

 

เราสั่งเป็นเฝอไก่ไป  เฝอเนี่ย จะเป็นก๋วยเตี๋ยวสมุนไพร (กลิ่นสมุนไพรเตะจมูกเลยแหละ)    มีเส้นคล้ายๆเส้นใหญ่บ้านเราแต่บางกว่า แล้วก็นุ่มๆดี  ถ้าเป็นเฝอไก่จะมีเนื้อไก่ต้มเหมือนในข้าวมันไก่โปะอยู่นิสหน่อย  เวลาปรุง ปรุงกับซอสอะไรซักอย่าง สีน้ำตาล ใส่ไปแล้วน้ำจะเข้มๆ  เค็มขึ้นมานิดนึง  กับซอสพริก  (ที่ไม่เผ็ด ;w;)   มีจานผักแยก ถ้ากินผักก็เพิ่มเลยตามสะดวกค่ะ 

 

อ่อ สำหรับผู้ไม่ชอบต้นหอม จะมาเวียดนามทำใจนิดนึงนะ อาหารเวียดนามเนี่ย แทบจะใส่ต้นหอมเป็นส่วนประกอบหลักกันเลยทีเดียว 555 อาหารอย่างอื่นก็สมคำร่ำลือค่ะ ผักเยอะมากจริงๆ 

นี่ไง หน้าตาเฝอ (อันนี้เฝอเนื้อนะ  เป็นของเพื่อน)

 

กินกันไปซักพักเพื่อนที่เหลือก็ตามมาสมทบ ว่าแล้วก็ซัดเรียบอาหารเวียดนามชนิดที่ไม่รู้เลยว่าอร่อยหรือหิวมากๆกันแน่

 

เอ้อ ลืมไปอย่าง  อยากจะบอกว่าพราวลี่พรีเซ้นต์ชาเขียวเวียดนามยี่ห้อ Real leaf มาก
มันจะไม่ค่อยหวาน แต่เป็นรสน้ำผึ้งผสมมะนาว  กำลังดีอร่อยเลยแหละ  ถ้าไปเวียดนามแนะนำให้หามาชิมนะคะ

ขวดเขียวเนี่ยแหละ

(แนะนำของกินแต่หน้าเหนื่อยมาก 55555  เสื้อลายๆ คือ จขบ.เองจ้ะ)

 

ในที่สุดเราก็จะได้ไปที่พักกันซักทีค่ะ  ที่พักเราจะอยู่ใกล้กับห้าง Parkson มาก  ไอ้ห้างเนี้ยจะเป็นห้างสถาปัตยกรรมยุโรปสุดฤทธิ์  แค่เห็นข้างนอกก็น่าเดินแล้ว แต่กว่าจะได้มาเดินกันก็วันถัดไปนู่น

 

ตึกนี้แล Parkson

 

ว่าแล้วคณะเด็กไทยไปเทศกาลหนังก็มาถึงโรงแรมกันซะที 

 

อย่างที่บอกไว้ตอนที่แล้ว ว่ามันยังมีเรื่องระทึกใจไม่จบไม่สิ้น

 

ในหมายกำหนดการ งานเทศกาลจะเริ่มตอน 6 โมงเย็นของอีกวัน เราก็เลยวางแผนจะเที่ยวเมืองโฮจิมินห์ให้เต็มเหนี่ยวในตอนเช้า แล้วกลับมาเตรียมตัวไปงาน  แต่ว่า…อาสาสมัครที่ดูแลเรากลับบอกสิ่งที่ประหนึ่งฟ้าผ่ากลางใจเลยค่ะ

 

คือเราจะต้องไปเวิร์คชอปกับทางเทศกาลตอน 10 โมง พรุ่งนี้!!

 

 

แผนการเดินทางที่เราวางไว้ตอนแรกคือ วันที่มีงานเทศกาลเราจะเที่ยวโฮจิมินห์กัน แล้วจะพุ่งไปเที่ยวเวียดนามใต้กันต่อเลยทางดาลัด กับมุยเน่   แล้วปรากฏว่า เรา…กำลังจะไม่ได้เที่ยวโฮจิมินห์แม้ซักนิดเดียวในวันพรุ่งนี้

 

ฝันสลายย

 

ถึงเขาจะบอกว่าหลังเวิร์คชอปตอนเช้าจะมีเวลาว่างในการเดินเที่ยวนิดหน่อย แต่ยังไงก็ดูจะไม่พออยู่ดี

 

หรือว่าเราจะต้องไปดาลัดโดยที่ไม่ได้เที่ยวโฮจิมินห์กันเลยนะ…

 

 

เอาเป็นว่าให้ผ่านคืนนี้กันไปก่อนแล้วค่อยมาคิดใหม่

 

 

 

 

TBC.จ้ะ

 

P.S.ขอบคุณรูปจากเพื่อนๆคณะทัวร์เวียดนามด้วยจ้าา

Comment

Comment:

Tweet

ว๊าวดีใจด้วยนะ

#8 By ซาโก๊ะจัง on 2013-01-05 23:24

เล่าสนุกมากค่ะ ฮ่าๆๆ confused smile

#7 By แอ้ on 2013-01-05 08:58

อุ่ย เม้นบน จขบ.เองนะ ล็อคอินผิด TT

#6 By ป.ปุ้น,,, on 2013-01-02 16:31

@lavidarn  เรื่องคนสวยนี่เขาสวยมากก จริงๆด้วยค่ะ เคยไปเดินสวนสาธารณะเขาเจอผู้หญิงแบบท่่สวยจนตะลึงเลยล่ะ  ว่าจะไปอีกแต่คราวนี้น่าจะไปทางเหนือแล้วค่า cry
@daejeonastronomy   ที่แน่ๆไม่เหมือนก๋วยจับญวนเลยพี่หวาย 555 กินไปสี่ชามอะสิริรวมทั้งหมด
@shige  คืออะไรที่สนามบินเขาดีหมดจริงๆเนาะ  พนักงานเอย ห้องน้ำเอย แต่อย่างที่ว่าพอออกนอกเมืองแล้วอยากจิร้องไห้Y_Y  ขนาดคนเวียดนามยังบอกว่ามันไม่เวิร์คนะ
ห้องน้ำสนามบินเขาดีจริงค่ะ แต่ถ้าเป็นระหว่างเส้นทางเดินทางนอกเมืองไปแถวที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวจะ ................... OTL น้องพี่จีนชัด ๆ
ถ้าไปเที่ยวน่าจะ OK แต่ถ้าไปอยู่ไม่แนะนำนอกเมืองอย่างแรง

#4 By Nu~Nan on 2012-12-29 23:05

สงสัยเราจะอยู่กับประเทศที่แจกรอยยิ้มให้ผู้มาเยือนอย่างไม่จำกัดนานเกินไปหน่อย ชอบคำนี้จังเลยค่ะะ 5555 มันใช่เลยไทยแลนด์ 
ปล.เคยไปเวียดนามครั้งนึง ประทับใจมากค่ะะะ อาหารอร่อยยยยย คนสวยยย สวยย น่ารักก อ๊ากกก อยากไปอีก 

#3 By อภญ. on 2012-12-29 16:50

1. เฝอน่ากิน...  ไม่แน่ใจว่าเป็นต้นกำเนิดของก๋วยจั๊บอุบลหรือเปล่านะ (ชอบก๊วยจั๊บอุบลอยู่)
2. เรื่องแลกเงิน ทางนี้ตอนก่อนไปญี่ปุ่น พี่ชายแนะนำมาว่าให้แลกกับทางร้านรับแลกเงิน ไม่ Siam Exchange (ติดหอศิลป์กรุงเทพ) ก็ Superrich อะ เรทดีกว่าแลกในสนามบินอยู่บ้างนะ
(ตอนพี่แลกเงินเยน เทียบเรทพบว่า Siam Exchange ดีกว่า Superrich เล็กน้อย เลยเคยไปแต่เจ้าแรก)
รอติดตามตอนต่อไปคร้าบdouble wink
ปูเสื่อรออ่านต่อ open-mounthed smile

#1 By Sain on 2012-12-27 01:59